Sukanda's profileY O k ' KingDoMPhotosBlogListsMore Tools Help

Y O k ' KingDoM

Custom HTML

Windows Media Player

ต้องบอกไหม?

ฉันต้องบอกใครไหมว่าฉันรู้
ไม่จำเป็น...อย่างน้อยตัวฉันก็รู้
ฉันต้องบอกไหมใครไหมว่าฉันเห็น
ไม่จำเป็น...อย่างน้อยฉันก็รู้ว่าฉันเห็น
ฉันต้องบอกใครไหมว่าฉันเป็น
ไม่จำเป็น...อย่างน้อยตัวฉันก็เห็นว่าฉันเป็น
ฉันต้องบอกใครไหมว่าฉันสุขใจ
ไม่จำเป็น...อย่างน้อยตัวฉันก็รู้และฉันก็เห็นว่า
ฉันเป็นสุขใจ...
 
เรื่องบางเรื่องบอกคนอื่นก็ไม่สนุก
เท่ากับบอกตัวเอง

~~~แอ๊บแบ๊ว~~~

ในสมัยก่อน......บ้องแบ๊ว...  แบ๊ว=คนที่มีอาการเอ๋อ หน้าตาไม่สมประกอบ
 
สมัยนี้ แอ๊บแบ๊ว  คือ อาการแกล้งทำเป็นน่ารัก ทำหน้าบูดเบี้ยว ให้ดูคิขุ อินโนเซ้น
 
บางคนก็.....ทำแล้วดูดี  (อ่ะนะ) 
 
แต่บางคนก้อ...ทำแล้วดูดี(หรอวะ....
 
วันนี้จะพาไปเจาะลึก กับคำว่า แอ๊บแบ๊ว!!!!
 
คำนิยาม
  • เป็นคำวิเศษณ์ ที่กำลังนิยมในหมู่วัยรุ่นตอนนี้ ซึ่งต่างกันเพียงเส้นขั้นบางๆกับคำว่า กระแดะ
  • เป็นคำที่ได้ถูกบันทึกลงในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน และเป็นที่ฮือฮามาก
  • “แอ๊บแบ๊ว” เป็นคำผสมระหว่างคำว่า แอ๊บนอร์มอล (abnormal) ในภาษาอังกฤษที่แปลว่า ผิดปกติ รวมกับคำว่า “บ้องแบ๊ว” ที่หมายความว่า น่ารัก ไร้เดียงสา เมื่อรวมกันจึงหมายถึงการใช้ภาษา การกระทำที่ผิดปกติ ทำให้ดูน่ารัก ไร้เดียงสา

เคล็ดลับ"แอ๊บแบ๊ว"

วันนี้คุณ "แอ๊บแบ๊ว" กันหรือยัง?! 

เคยได้ยินคำว่า "แอ๊บ แบ๊ว" กันมั้ยคะ? รู้สึกว่าอาการนี้กำลังระบาดไปทั่วจริงๆเป็นยังไงมาดูกัน..

"แอ๊บแบ๊ว"เป็นอาการทางจ(ริ)ตชนิดหนึ่ง มักเกิดขึ้นในเพศหญิงช่วงแรกสาวเป็นต้นไป แต่ เดี๋ยวนี้เริ่มลุกลามในผู้ชาย กะเทย และเพศใกล้เคียงด้วย โรคนี้จะมีอาการควบคู่ไปกับภาวะแทรกซ้อน ที่แสดงออกทางอวัยวะต่างๆของร่างกาย ดังนี้

[แก้ไข] ดวงตา

จากที่เคยมี ลูกตาขนาดปกติไม่ว่าขนาดใดก็ตาม คนที่"แอ๊บแบ๊ว" จะมีดวงตากลมบ้องแบ๊ว เกิดประกายวิบวับขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ ได้ (สันนิษฐานว่าเป็นที่มาของคำว่าแอ๊บแบ๊วนั่นเอง) ถ้านึกภาพไม่ออก แนะนำให้ไปดูเอ็มวี เพลง ปู ของเนโกะจั๊มพ์ อะโนโนโน่ อย่างนี้ไม่ดี.. ช็อตทื่สองสาวเล่นกับ กล้อง นั่นแหละใช่ เลย!

อุปกรณ์เสริมความแบ๊วในข้อนี้ได้แก่

ที่ดัดขน ตา,มาสคาร่า และอายไล เนอร์ ที่จะช่วยขับให้ตาแบ๊วขึ้นอย่าง น่าอัศจรรย์เดี๋ยวนี้มีคอนแท็ค เลนส์ประเภทเพิ่มขนาดลูกตาดำด้วย..แม่เจ้า แต่มีข้อแม้ว่าควรมีทักษะในการเสริมแต่งนิดนึง เพราะเคยเห็นสาวๆหลายคนทามาสคาร่าหนาเป็นปื้น ขนตาจับเป็นก้อนๆเหมือนขาแมลงวัน อันนั้นออกแนวสยองแล้วล่ะค่ะ เมื่อตาโตขึ้นแล้ว อวัยวะข้างเคียงที่จะมีผลกระทบก็คือ คิ้ว ที่จะเลิกขึ้นนิดๆ หัวคิ้วจะหดเข้าหากันนิดนึง นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้คนแอ๊บแบ๊วมีสีหน้าดูสงสัย ไร้เดียงสาอยู่ตลอดเวลา สายตาแบบนี้เพื่อนชายหลายคนของอิชั้นสารภาพว่าเห็นแล้วถึงกับร้องอ๊าง

สาวคนไหนจะลองทำตาแบ๊วดูก็ไม่ว่ากันค่ะ

[แก้ไข] แก้ม

อยากรู้จัง ว่าใครคือมนุษย์คนแรกที่ตัดสินว่า ผู้หญิงแก้มป่องคือผู้หญิงน่ารัก แก้มป่องจึงเป็นอาการแบ๊วอันดับสองที่ขาดไม่ ได้ ลำพังคนที่ แก้มป่องเป็นธรรมชาติก็ถือเป็นโชคดีของเค้าไปค่ะ แต่สำหรับคนที่แก้ม ตอบ โหนกปูด กรามสองข้างทำมุมฉากซึ่งกันและกัน เราก็จะได้เห็นอาการพยายามอมลม ไว้ในปาก แล้วดันกระพุ้งแก้มให้ป่องออกมาจนกระทั่งดูน่าหยิกเล่น (อิชั้นเคยลองดู แล้ว รู้สึก เหมือนอมน้ำยาบ้วนปากแล้วลืมบ้วนทิ้ง) คนที่แอ๊บแบ๊วจนชำนาญก็จะขนาดแก้ม ที่ป่องกำลังดีดูน่ารัก แต่สำหรับแบ๊วมือใหม่หลายคนก็ พลาด กะไซส์แก้มผิดป่องเป็นปลาทองรักเร่ หรือไม่ ก็ชิพกับเดลล์ เพิ่งผ่าฟันคุด ก็ถือว่าต้องฝึกกันอีกเยอะ.. ได้ไม่ต้องกังวล เพราะถ้าแก้มยังทำให้คุณดูแบ๊วไม่สมใจละก็..ปาก ยังช่วยคุณได้ ค่ะ

[แก้ไข] ปาก

ไม่ว่าตามปกติใครจะมีริมฝีปากไซส์อ้อมพิยดา หรือจอยรินลณี ปากของ สาวแอ๊บแบ๊วจะถูกกำหนดให้มีริมฝีปากบนบางๆ แล้วยกเชิดขึ้นจนเห็นฟันคู่หน้านิดๆ แบบอั้มพัชราภา/แตงโม/เมย์พิชนาฏ/ กิ๊บซ่า กิ๊บซี่ เกิร์ลลี่เบอรี่และดาราอีกเป็นสิบ คน ที่ถ่ายรูปลงหนังสือกี่เล่มๆก็ทำปากแบบเดิมได้ตลอด เวลา

ส่วนริม ฝีปากล่างขณะแอ๊บแบ๊วนั้นมีข้อบังคับว่า ห้ามเผยอออกมาจนห้อยย้อยแบบ โน๊ต เชิญยิ้ม เด็ดขาด แต่ต้องเกร็งไว้นิดๆเบะคางให้ดูคล้ายแอบงอนใครมาหน่อยนึง และทีเด็ดคือต้องยิงมุม ปากให้เบี้ยวไปข้างที่ถนัดข้างใดข้างหนึ่งพอประมาณหน้าแบ๊วที่ออกมาจะดูแก่น เซี้ยวแสนซน และทำให้แอบคิดไปเองได้ว่า "ตอนนี้เราหน้าเหมือนโฟร์แล้วล่ะตะเอง.." อย่าลืม รักษารูปปากไว้ตลอดเวลาที่พูดคุยด้วยนะคะ เสียงที่ออกมาจะได้อ้อม แอ้ม พูดไม่ชัด น่ารักน่าถีบ เอ๊ย! น่าจีบ ขึ้นอีกจมเลย

[แก้ไข] เสียง

เสียงเป็นอาการทางกายภาพข้อสุด ท้ายของโรคแอ๊บแบ๊ว เสียง มาตรฐานการแอ๊บแบ๊วคือเสียงเล็กๆ อู้อี้นิดๆ อ้อนหน่อยๆ ประมาณ น้องเบเบ้ หรือจิ๊บ ปกฉัตร อะไรแถบๆนี้ ใครที่เคยสอบอ่านร้อยแก้วร้อยกรองแล้วได้คะแนนเต็ม มา อาจจะต้องไป ตัดปลายลิ้นตัวเองก่อน จึงจะออกเสียงแบ๊วๆแบบนี้ได้ น้ำเสียงที่นิยมแอ๊บแบ๊ว คือ level ตั้งแต่ 2 เป็นต้นไป ทำ อย่างไรก็ได้ให้ผิดอักขระวิธีให้มากที่สุด เช่น

จริงเหรอ ออกเสียงเป็น จิ๊ง-ง๋ออออออ??

ใช่ไหม เป็น ชิเมะ? / ชิป้ะ? / ชิม้า? / ชิมิ?

ไม่เอา เป็น มิอาวววว

คือว่า,เอ่อ เป็น คึ่ บั่บ / คึ่แบ๊บ / เอิ่ม / อึ่มมม

บ้า เป็น บ๊า........ (อย่าลืมกระดกเสียงขึ้นไป 2 octave)

อะไรน่ะ เป็น อึ่หล่ายอ้ะ? เป็น ต้น

[แก้ไข] ตัวอย่างประโยค

"อ้าว สวัสดีแก ไม่ได้เจอกันนานมาก คิดถึงสุดๆ ไปกินข้าวที่สยามกันมั้ย เดี๋ยวพี่ชายเราไปส่งล่ะ" เป็น 
"ฮั้ย! สัสดีแกร..มะได้เจ๊อกึนนานม๊ากกก คิดถึ่งซูดซู๊ดดด ไปกินค๊าวที้ซึ่หย่ามกึนเมะเด๋วพี๊..ชายเราป้ะส่งแหละ" ฯลฯ

[แก้ไข] วิธีการฝึก

วิธีฝึกง่ายๆก็คือยืนหน้ากระจก ฝึกทำหน้าให้แบ๊วที่สุด แล้วลองอ่าน ข้อความเหล่านี้อัดเสียงใส่เทปเอาไว้

ถ้าเปิดฟังแล้วรู้สึกอยากกระโดดถีบตัวเองเมื่อไหร่ แสดงว่าคุณผ่านการ "แอ๊บแบ๊ว" ระดับเบสิคได้ แล้วล่ะ

 

มีตัวอย่างรูปแอ๊บแบ๊วมาให้ดูด้วยยย

 
 
 

ZZZZZZZzzzzzzZZZZZZ
 
ZZzzzzzzz ZZZZZZZZZZ
 
ZZZZZzzzzzzzzzzzzzzzz
 
ครอก...ก  ฟี้......ฟ......... 
 
 ไม่รุจาบอกไร บอกให้แค่ว่า.....
 
การนอนคือชีวิตของกรุ -*- เจงๆนะเนี่ย
 
แง่มส์?....

~~In Summer ~~

 
 
ห   ย   ก '   ส  เ  ป  ซ
 

หวาดเด...ทุกคน

อัพสเปซครั้งล่าสุดเลยนะเนี่ย

หลังจากหายหน้าไปนาน

ปล่อยให้สเปซหยากไย่เกาะ

วันนี้มาปัดฝุ่นแล้ว

สเปซสวยก่าเดิมช่ายม้า^^

อ่ะแน่นอน..ก็สวยเหมือนเจ้าของน่ะแหล๊ะ

ออกแนวพั๊งๆนิดส์ๆอีโมๆหน่อยๆ

โทนจาเป็นชมพู+ดำ และสีอื่นๆ

อืม ซัมเมอร์นี้ก็อยู่บ้านเกือบตลอด

กินกะนอนเล่นคอม

จนนน.ขึ้นแย้ว เริ่มฉุ

เออ...เอ้ หน้านี้มานหน้าร้อนนิ

ฝนมาจากที่ใด...ช่วงนี้ฝนตกทุกวัน

อ่อ พายุฤดูร้อนนี่เอง(ฟังจากข่าวมา)

ว่างๆเลยมาอัพสเปซดีก่า หุหุ อืม

สเปซเป็นไงก็เม้นกันบ้างนะ มาคุยกันบ้าง

คิดถึงเพื่อนมากมาย...

ซาหวัดเด....ตู๊ด..ๆๆๆ

 

แตกต่าง แต่..เติมเต็ม

 

เวลา... เดินไปข้างหน้า
นาฬิกา... เดินอยู่ที่เก่า
เวลา... เราไม่อาจย้อนกลับ
นาฬิกา... เราหมุนย้อนมันได้

เวลา... เมื่อสูญเสียไปแล้วไม่อาจเรียกร้องคืน
นาฬิกา... เสียก็ซ่อม หรือซื้อใหม่ไปเลย
เวลา... ได้มาฟรีๆ ไม่ต้องแลกกะอะไร
นาฬิกา... ยิ่งสวยยิ่งแพง ใช้เงินซื้อมันมาทั้งนั้น



แล้วอย่างนี้ มันจะคู่กันได้ยังไง

ในเมื่อมันแตกต่างกันเหลือเกิน
แต่ถามหน่อย... ถ้าไม่มีนาฬิกา จะรู้เวลามั๊ย

หรือถ้ามีแต่นาฬิกา แต่ไม่รู้จักเวลา จะมีประโยชน์อะไร
ถึง 2 สิ่งจะแตกต่างกัน แต่ถ้ามันจะคู่กันแล้ว
ย่อมมีจุดร่วมกันเสมอ เพียงแต่จะมองเห็นมันรึป่าว?

ฉัน... อาจเหมือนกับเวลา ที่ชอบเดินไปข้างหน้า
หาสิ่งใหม่ๆ ที่ท้าทาย โดยทิ้งหลายสิ่งไว้ข้างหลัง
เค้า... อาจเหมือนกับนาฬิกา ที่ยังเป็นแบบเดิมๆ
ใช้ชีวิตและทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ ในมุมเก่าๆ

ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันยังดึงดันจะมองแต่ข้างหน้า
ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันไม่มองไปข้างหลัง
เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังอยู่แบบเดิมๆ
เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของเขาไป

แต่ฉันยังเฝ้ามอง เฝ้ารอ …
ความแตกต่าง อาจสร้างกำแพงบังเค้าไว้
แต่ฉันยังเชื่อมั่น ว่าซักวัน สิ่งนั้นนั่นแหละ
ที่จะเชื่อมโยงใจเราเข้าหากัน

ความแตกต่าง จะเติมเต็มส่วนที่เราขาดหาย
และสุดท้าย ก็จะเหลือเพียงแค่คำว่า…กันและกัน...
เหมือนกับเวลาและนาฬิกา ที่ยังคู่กันเสมอมาและตลอดไป
 

ออกจาเน่านิดนึง.....555

 
No list items have been added yet.
There are no photo albums.

Sukanda Sinpoonpak

Occupation
Location
Interests
หุหุ
No list items have been added yet.